ปัญหาบิ้วอิน ที่เรามักจะเจอบ่อย ๆ

บิ้วอิน

 หลาย ๆ ครั้งในการออกแบบเละตกเต่งภายในนนั้นเรามักจะตกเต่งด้วยความชอบของเรา ซึ่งมีหลากหลายความชอบที่เราจะเลือกตกเต่งกัน บางคนก็เลือกเต่งด้วยไสตล์ที่ตัวเองชอบ บางคนก็เลือกที่จะตกเต่งให้แปลก เละ แตกต่างบางคนก็เลือกที่จะตกแต่งบ้านด้วยการเลือก Built in บ้านแบบใหม่ เพื่อให้ได้ประโยชน์ได้หลากหลาย และแน่นอนว่าการตกแต่งบ้านนั้นมักจะมีปัญหาตามมาด้วยเช่นกัน ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาของการบิ้วอิน ที่เรามักจะเจอบ่อย ๆ  และเป็นปัญหาที่พบได้ง่ายอย่างมากด้วยนะครับ มาลองดูดีกว่าครับว่าจะมีปัญหาอะไรบ้าง ?

ผู้รับเหมาทิ้งงาน

ปัญหาแรกที่หลาย ๆ คนนั้นกลัวมากที่สุดนั้นคือในเรื่องของ “ผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่เราเห็นมาในสังคมไทยอย่างยาวนาน สำหรับการที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน  ซึ่งถ้าหากว่าใครที่คิดจะตกเต่งบ้านของตัวเองเละกลัวผู้รับเหมาทิ้งงานให้แก้ปัญหาด้วยวิธีเหล่านี้นนะครับ

  • เลือกใช้บริการรับ บิ้ ว อิน บ้าน ที่มีมาตรฐาน ที่เป็นบริษัทที่มีความมั่นคง  และมีความน่าเชื่อถือจะดีกว่านะครับ เพราะว่าจะได้ ทำให้การเลือกใช้บริการนั้นน่าเชื่อถือ และไม่ต้องกังวลเรื่องของผู้รับเหมาทิ้งงาน
  • มีเอกสารในการก่อสร้างชัดเจน อีกข้อที่สำคัญที่เรานั้นไม่ควรมองข้ามไปนั้นคือในเรื่องของ “เอกสารสัญญาว่าจ้างในการก่อสร้าง” จะทำให้เรานั้นมั่นใจได้มากขึ้นนะครับว่าเราจะไม่โดนทิ้งงาน เพราะว่าในสัญญาจ้างนั้นจะมีรายละเอียดทุกอย่างใส่ไว้อย่างชัดเจน เละยังมีในเรื่องของ การว่าจ้างที่ชัดเจนทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องโดนทิ้งงานอย่างแน่นอน

จบงานแต่งานไม่จบ

หลาย ๆ คนนั้นกลัวอย่างมากเลยนะครับการก่อสร้าง หรือ การตกเต่งบ้านที่ถึงขั้นตอนสุดท้ายนั้นคือส่งมอบบ้านแล้วแต่ว่ากลับมาปัญหามากมายให้เราได้ตรวจงานได้แก้งานกันหลากหลายเลยทีเดียว ซึ่งเราเรียกปัญหานี้ว่า “งานไม่มีคุณภาพ” และแน่นอนว่าหลาย ๆ คนนั้นกลัวปัญหานี้ด้วยเช่นกัน เรามาลองดูดีกว่าครับว่าจะมีวิธีอะไรบ้างที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนนี้

  • เลือกหาคนตรวจงานให้เราที่มีความชำนาญในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก หรือ  วิศวกร เองก็สามารถหาเลือกจ้างมาไว้คอยตรวจงานให้เรานะครับ เพื่อที่เราจะได้มั่นใจได้ว่างานของเรานั้นจะได้ออกมาดี เละ มีคุณภาพ
  • ระบุสัญญาให้ชัดเจน ในสัญญาการว่าจ้างนั้น อีกเรื่องที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ การตรวจรับงาน ถ้า ”หากว่าพบข้อผิดพลาด ให้สามารถแจ้งได้ทันที และทำการแก้ไขให้เสร็จสิ้นก่อน ก่อนที่จะส่งงานให้กับผู้ว่าจ้าง”
  • เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ  ที่มีคุณภาพ เพื่อลดการเกิดความเสียหายของหน้างาน และทำให้บ้านของเรานั้นมีอายุที่ยาวนานขึ้น

งานช้า ไม่ทันเวลา

เป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนนั้นกลัวอย่างมากเลยนะครับเพราะว่าเมือมีการก่อสร้างเกิดขึ้น นั้นก็จะมีวันส่งมอบงานด้วยเช่นกัน แต่ว่าบางครั้งนั้นอาจจะมีการส่งงานที่ช้า เสร็จไม่ทันตามกำหนด ซึ่งเราจะมาดูกันนะครับว่าในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุส่งงานช้า นั้นเราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไรบ้าง

  • ไม่ทำการต่อเติมในช่วงหน้าฝน เพราะว่าช่วงหน้าฝนนั้นจะทำให้หลาย ๆ อย่างนั้นล่าช้าอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการขนส่งนั้นอาจจะมีปัญหาเป็นพิเศษดังนั้นการหลีกเลี้ยงหน้าฝนจึงค่อนที่จะช่วยเราได้อย่างมากเลยนะครับ
  • ระบุวันรับที่ชัดเจน พร้อมมีการชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่มีความล่าช้า อีกข้อที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของการระบุสัญญาที่ชัดเจนนะครับ เพราะว่าจะช่วยให้การส่งมองงานนั้นไม่มีปัญหา ถ้าหากว่าในสัญญาระบุไว้ว่าจะมีการปรับ และชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่มีความล่าช้า ซึ่งแน่นอนว่าใคร ๆ ก็กลัวที่จะโดนปรับอย่างแน่นอนครับ

และนี้เองเป็นเรื่องของการก่อสร้างที่เรานั้นจะต้องเจอปัญหาเหล่านี้ไม่ปัญหาใดก็สักปัญหาหนึ่งอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อเราเจอปัญหาแล้วการเลือกแก้ไขปัญหานั้นด้วยสติจะดีที่สุดนะครับ หรือ เราอาจจะเลือกใช้บริการรับ บิ้ ว อิน บ้าน ที่มีมาตรฐานและความเป็นมืออาชีพไปเลยก็จะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้ยากนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

บิ๊กไบค์

ประเภทของประกันรถบิ๊กไบค์ประเภทของประกันรถบิ๊กไบค์

ประกันภัยนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นเป็นอย่างมากสำหรับการดำรงชีวิตของคนเราในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนี้ประกันภัยก็แตกแขนงออกเป็นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติ ประกันสุขภาพ ประกันมะเร็ง ประกันรถและประกันประเภทอื่นอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงประกันประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญกับการใช้รถใช้ถนนของเราเป็นอย่างมากนั่นคือ ประกันรถ และเนื่องจากกระแสคนขับรถบิ๊กไบค์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นวันนี้เราจึงจะมาพูดถึงประกันรถจักรยานยนต์ที่เป็นประกัน บิ๊กไบค์ นั่นเอง ซึ่งประกันบิ๊กไบค์นั้นก็แบ่งออกเป็นหลายประเภทโดยความคุ้มครองของประกันบิ๊กไบค์แต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน  ประเภทของประกันรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 สำหรับประกันประเภทนี้นั้นเป็นประกันมอเตอร์ไซค์ที่ให้ความคุ้มครองเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งคุ้มครองความเสียหายได้ครอบคลุมกว่าประกันมอเตอร์ไซค์ชั้นอื่น ๆ กล่าวคือคุ้มครองแทบจะทุกอย่างที่เกิดกับรถมอเตอร์ไซค์ โดยประกันประเภทนี้บริษัทประกันจะรับเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ที่มีเครื่องยนต์ 250 ซีซีและมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี ซึ่งเหมาะกับการทำประกันบิ๊กไบค์มากที่สุด  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 1 ต่างกันที่ประกันชั้น 2+ นั้นจะคุ้มครองความเสียหายของรถเอาประกันเฉพาะเมื่อมีคู่กรณีหรือชนกับรถด้วยกันเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการรับประกันคือจะรับเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์หรือรถบิ๊กไบค์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3+ สำหรับประกันประเภทนี้ก็จะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3+ นั้นจะไม่คุ้มครองกรณีรถมอเตอร์ไซค์หาย รถบิ๊กไบค์หาย หรือไฟไหม้รถเหมือนกับประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ โดยประกันประเภทนี้สามารถทำได้ทั้งรถมอเตอร์ไซค์แบบธรรมดาและรถบิ๊กไบค์ที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3 ประกันประเภทนี้จะคุ้มครองเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ของคู่กรณีเท่านั้น จึงทำให้ประกันรถมอเตอร์ไซค์ประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่ากับประกันรถมอเตอร์ไซค์ประเภทอื่น ๆ แต่ว่าประกันประเภทนี้สามารถรับประกันรถมอเตอร์ไซค์ได้ทุกประเภทและไม่จำกัดอายุรถเหมือนกับประเภทอื่น  หากใครที่ขับบิ๊กไบค์แล้วมีความสนใจทำประกันก็สามารถเลือกประกันรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่เหมาะสมกับความต้องการ โดยปัจจัยหลักในการเลือกซื้อประกันคือดูความคุ้มครองว่าตอบโจทย์กับการใช้งานของเราหรือไม่

หางาน

5 ทักษะที่คนหางานผู้จัดการควรมี5 ทักษะที่คนหางานผู้จัดการควรมี

การเป็นผู้จัดการถือเป็นจุดหมายที่มนุษย์เงินเดือนล้วนแล้วแต่ใฝ่ฝันด้วยกันทั้งสิ้น เนื่องจากงานผู้จัดการนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญต่อบริษัท อีกทั้งยังมีรายได้สูง จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายคนกำหนดหมุดหมายไว้ในใจแล้วว่าตนเองต้องการเป็นผู้จัดการ แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ทำให้ต้องมีทักษะดังต่อไปนี้  1.ภาวะผู้นำ  ผู้จัดการคือผู้ที่กุมอำนาจในทีมนั่นเอง ดังนั้นหากคุณต้องการหางานผู้จัดการก็ควรที่จะมีภาวะผู้นำด้วย ภาวะผู้นำคือการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา อีกทั้งยังต้องมีความสามารถในด้านการจัดการเมื่อลูกน้องในทีมมีปัญหาต่อกัน หรือมีเรื่องไม่เข้าใจกัน สามารถปลุกปลอบขวัญของลูกทีมได้ในช่วงเวลาที่บริษัทเกิดวิกฤติหรือประสบกับปัญหาที่ไม่คาดคิด มีสติและใจเย็น จะเห็นได้ว่าภาวะผู้นำนั้นไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินความฝึกฝนเลยสักนิด ขอแค่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจและพยายามก็เพียงพอแล้ว  2.ทักษะทางวาทศิลป์  ทักษะทางวาทศิลป์หรือการพูดนั้น คือทักษะที่ผู้จัดการทุกคนต้องมี  เนื่องจากใช้ในการสื่อสารเจรจาระหว่างคู่ค้าธุรกิจ และใช้กับลูกทีม ต้องมีการพูดที่ตรงประเด็น ชัดถ้อยชัดคำและรวบรัดกระชับความ ที่สำคัญสีหน้าและน้ำเสียงระหว่างที่พูดยังเป็นสิ่งที่คนหางานผู้จัดการต้องฝึกฝนเพื่อทำให้ผู้ฟังรู้สึกคล้อยตามและเชื่อมั่นในตัวคุณอีกด้วย  3.เข้าใจลำดับความสำคัญของการทำงาน  เนื่องจากว่าผู้จัดการคือผู้ที่เป็นศูนย์กลางของการบริหารงานทั้งหมด ดังนั้นคุณจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจลำดับความสำคัญของการทำงานและแจกจ่ายงานให้ลูกทีมของคุณให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การทำงานเก่งไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องรับเอางานทั้งหมดมาทำเอง หากแต่เป็นการเลือกใช้คนให้ถูกกับงานมากกว่า 

สายไฟโซล่าเซลล์ เพื่อการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์สายไฟโซล่าเซลล์ เพื่อการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์

สายไฟโซล่าเซลล์ มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อระบบโซล่าเซลล์หรือการติดตั้งโซล่าเซลล์ การเลือกชนิดและขนาดของสายไฟโซล่าเซลล์เป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะมาพูดถึงสายไฟโซล่าเซลล์ เพื่อการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ไปดูกันว่าการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ต้องใช้สายไฟแบบไหน ถ้าอยากรู้แล้วตามไปดูกันเลย การเชื่อมต่อระบบโซล่าเซลล์ มีความจำเป็นต้องใช้สายไฟโซล่าเซลล์ โดยสาย PV / PV1-F เป็นสายสำหรับไฟฟ้ากระแสตรง DC และสาย PV1-F ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้กับระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ สายไฟโซล่าเซลล์ทำมาจากทองแดงเคลือบด้วยดีบุก จากนั้นมีการหุ้มด้วยฉนวน 2 ชั้น  เพื่อให้สามารถทนต่อความร้อนที่สูงได้ดี ซึ่งการออกแบบระบบในการติดตั้งโซล่าเซลล์ จะต้องระมัดระวังในการเลือกสายไฟ โดยเลือกขนาดและชนิดให้เหมาะสมกับระบบโซล่าเซลล์ เพื่อให้ระบบโซล่าเซลล์มีประสิทธิภาพมากที่สุด สิ่งสำคัญคือชนิดของสายไฟ เพราะหากเลือกสายไฟโซล่าเซลล์ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความร้อนสูง