ทำความรู้จักกับแบรนด์กระเป๋าแฟชั่นดัง Fendi

กระเป๋า Fendi มือสอง

เมื่อต้องกล่าวถึงแบรนด์กระเป๋าชื่อดังแล้ว สาวๆ ทุกเพศทุกวัยที่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะสามารถจับจองเป็นเจ้าของทันทีที่แบรนด์ดังออกคลอเลคชั่นใหม่แล้วหล่ะก็…ท่านคงเคยได้ยินหรือสัมผัสกับแบรนด์มีชื่อ อย่าง “Fendi” สาวๆ คงไม่ปฏิเสธกันอย่างแน่นอนว่าสินค้าแฟชั่นหลายๆ อย่างของ Fendi ล้วนแล้วแต่สวยงาม หรู เหมาะแก่การครอบครอง ยกตัวอย่างเช่น กระเป๋าถือ Fendi ที่ครบทุกแบบอย่างที่สาวๆ ต้องการ เป็นต้น ในวันนี้เราจะขอพาทุกๆ ท่านมาทำความรู้จักกับแบรนด์ Fendi ว่ามีต้นกำเนิดและความเป็นมาอย่างไร? ทำไมสาวๆ ถึงชอบและต้องการครอบครองกระเป๋า Fendi มือสองก็ตาม พร้อมกับแนะนำรุ่นกระเป๋า Fendi แม้จะเป็นมือสองก็น่าสนใจให้ทุกๆ ท่านกันครับ

ประวัติความเป็นมาของ Fendi

จุดเริ่มต้นแบรนด์ Fendi นั้นมาจาก Edoardo และ Adele Fendi ที่มีเพียงร้านตัดเย็บเล็กๆเพื่อกระเป๋าหนังและเสื้อโค๊ตขนสัตว์ จากนั้นก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ยุคที่เฟื่องฟูของ Fendi คงเป็นในปี 1970 ซึ่งเน้นความหรูหราให้กับสุสาพสตรีผู้สวมใส่ในยุคนั้น กระทั่งปี 1980โลโก้ FF ของ Fendi สามารถสร้างแรงดึงดูดใจให้กับผู้หญิงทั่วโลก พร้อมกับมีการผลิตสินค้าแฟชั่นมากมายและถูกนำเสนอออกมาอย่างยอดเยี่ยมมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง ณ ตอนนี้แบรนด์ Fendi  เป็นหนึ่งในกลุ่มแบรนด์ของ Moet Hennessy – Louis Vuitton (LVMH)  ด้วยความปราณีตในการผลิตจึงทำให้ราคา Fendi มีมูลค่าสูงถึงแม้จะเป็นกระเป๋า Fendi มือสองก็ตาม

5 รุ่นกระเป๋า Fendi สุดฮิต มืองสองราคาก็ไม่ตก

1. Fendi Peekaboo Bag เป็นกระเป๋าหนังแท้ รูปลักษณ์สวยงามทันสมัย สามารถสะพายหรือถือ หนังเป็นมันเงาสะดุดตา มีความโดดเด่นตรงที่รุ่นนี้ได้ออกแบบมาเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน โดยภายในถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่องใหญ่และยังมีช่องเล็ก ๆ อีกหลายช่องพร้อมซิป ทำให้คุณผู้หญิงสามารถเก็บของสำคัญหรือแม้แต่เงินเหรียญก็ตาม เหมาะแก่การซื้อกระเป๋า Fendi มือสองรุ่นนี้เก็บไว้มากๆ เลยครับ

2. Fendi Monster Bag มาถึงกระเป๋ายอดนิยมของแบรนด์นี้กันบ้าง ดีไซน์สวยเรียบหรูแฝงด้วยความเก๋ สามารถสะพายหรือถือ เหมาะสมกับวัยรุ่น สะดวกในการพกพาไม่ว่าสาว ๆ จะไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศหรือแม้กระทั่งทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ต่าง ๆ ก็ไม่ทำให้เกะกะแต่อย่างใด ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวนี้ ควรค่าแก่การหาซื้อกระเป๋า Fendi ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองเก็บไว้ในคอลเลคชั่นเลยครับ

3. New Fendi Shoulder FF Mini มาถึงรุ่นที่ขยับระดับราคาขึ้นมาอีกนิด ในรุ่นนี้ได้ออกแบบมาให้รู้สึกถึงความไฮโซ สูงเหนือระดับ ผลิตจากหนังแท้ชั้นดี สามารถสะพายหรือถือได้อย่างสะดวก กระเป๋ารุ่นนี้สวยมากจึงไม่มีตลาดรอรับซื้อกระเป๋า Fendi รุ่นนี้มือสองอยู่เสมอๆ ครับ

4.Fendi Mini By The Way ด้วยดีไซน์ที่เรียบบหรู มีระดับ พร้อมทั้งมีหลากหลายสีให้เลือกใช้งาน เหมาะกับการใช้ออกงานหรือไปเที่ยว ตัวกระเป๋าผลิตด้วยวัสดุหนังแท้ทั้งใบ ภายในบรรจุของได้เยอะ หมดห่วงเรื่องการเก็บของเยอะๆ ได้เต็มที่หากมีกระเป๋า Fendi มือสองรุ่นนี้ต้องซื้อแล้วหล่ะ
5.New Fendi By The Way Small รุ่นนี้แม้ชื่อจากคล้ายกับ Fendi Mini By The Way แต่ก็เป็นคนละรุ่นกัน เอกลักษณ์ของแต่ละรุ่นก็ยังคงอยู่ในความทันสมัย สามารถจุของได้เยอะและน้ำหนักเบาอีกด้วย ถึงแม้กระเป๋า Fendi รุ่นนี้จะเป็นมือสอง ราคาก็ต้องขึ้นในอนาคตแน่ๆเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ Fendi ที่เรานำมาฝากและรุ่นกระเป๋า Fendi มือสองที่เหมาะแก่การลงทุนในอนาคตนั้นเองครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ขนส่งสินค้าโคราช

4 วิธีเลือกบริษัทขนส่งสินค้าโคราช4 วิธีเลือกบริษัทขนส่งสินค้าโคราช

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดโคราช และกำลังขายสินค้าทางออนไลน์ การเลือกบริษัทขนส่งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากได้บริษัทขนส่งที่ดี จะทำให้การค้าขายของคุณคล่องตัวกว่าเดิม มียอดขายเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการเลือกเลือกบริษัทขนส่งสินค้าโคราชคือสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด และวิธีเลือกบริษัทขนส่งมีดังต่อไปนี้ 1.มีรีวิว การอ่านรีวิวจะทำให้คุณนั้นสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเลือกบริษัทขนส่งเจ้าใดจึงจะดีที่สุด ส่วนใหญ่แล้วคุณสามารถหารีวิวอ่านได้จากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ด สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมไปถึงกลุ่มจังหวัดโคราช โดยกรณีที่คุณตัดสินใจเลือกบริษัทเจ้าใดไปก็จำเป็นที่จะต้องนำไปชื่อบริษัทไปค้นว่ามีชื่อเสียงในแง่ดีหรือแง่ร้ายเพียงใดนั่นเอง  หากอ่านดูแล้วพบว่ามีการจัดส่งสินค้าล่าช้า หรือได้รับคำติมากกว่าคำชมก็ควรจะไปเลือกบริษัทขนส่งเจ้าอื่นจะดีที่สุด 2.มีหน้าเว็บที่เชื่อถือได้ การมองหาบริษัทส่งสินค้าที่มีเว็บไซต์เป็นทางการและเชื่อถือได้นั้นก็ถือเป็นทางเลือกที่ควรทำ โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทขนส่งในปัจจุบันมักเปิดเว็บไซต์เพื่อให้ลูกค้าได้ดูรายละเอียดของการส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอัตราค่าส่ง หรือรายละเอียดของการติดต่อเพื่อจัดส่งสินค้า เว็บไซต์ของบริษัทขนส่งสินค้าที่ดีจะต้องมีการถ่ายรูปคู่กับผู้รับบริการเอาไว้ด้วยจึงจะเหมาะสมที่สุด 3.มีการรับประกันสินค้า การรับประกันสินค้าคือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่ากรณีที่สินค้าของคุณเป็นสินค้าที่ชำรุดหรือแตกหักได้ง่ายนั้น การประกันสินค้าจะทำให้คุณไม่ต้องชดเชยค่าสินค้าให้กับลูกค้าของคุณเอง แตกต่างจากการที่ส่งกับบริษัทขนส่งที่ไม่มีประกัน ซึ่งมีแต่จะทำให้คุณต้องชดเชยค่าเสียหายเมื่อสินค้าแตกหัก หรือบางครั้งอาจจะถูกลูกค้าโทรมาต่อว่าได้อีกด้วย

อัลไซเมอร์

วิธีดูแลจิตใจเมื่อต้องอยู่กับคนป่วยอัลไซเมอร์วิธีดูแลจิตใจเมื่อต้องอยู่กับคนป่วยอัลไซเมอร์

หากเอ่ยถึงโรคที่คนสูงวัยหลายคนป่วยกัน ก็คงหนีไม่พ้นโรคอัลไซเมอร์อย่างแน่นอน โดยโรคความจำเสื่อมนั้นถือเป็นโรคที่อันตรายอย่างยิ่ง แม้ไม่ทำให้ถึงชีวิต ทว่าก็ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำ ความรับรู้หรือสำนึกการช่วยเหลือตนเอง เนื่องจากเซลล์สมองได้ถูกทำลายลงไป หากใครที่ต้องรับบทหนักในการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์นั้น มีวิธีดูแลจิตใจดังต่อไปนี้  1.หมั่นศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ให้มาก  หลายๆ คนที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ควรหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้มาอ่านจะดีที่สุด เนื่องจากว่าการมีพื้นฐานความรู้ในโรคที่คุณต้องเผชิญจะทำให้สามารถรับมือกับอาการของโรคที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ โดยปัจจุบันมีหนังสือที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับโรคเหล่านี้จำนวนมาก สำหรับการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจทั้งผู้ที่ป่วยเองและผู้ที่ต้องดูแลคนป่วย อย่างไรก็ดีหลายคนอาจจะประสบกับปัญหาไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือมากนัก ดังนั้นคุณอาจเลือกอ่านบทความจากเว็บไซต์ต่างๆ ก็ได้เช่นกัน นอกจากจะศึกษาหาความรู้เองแล้วการที่คุณอธิบายอาการของโรคให้ผู้ป่วยได้ฟังก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากผู้ป่วยที่รับรู้ว่าโรคของตนเองนั้นมีสิทธ์ที่จะพัฒนาอย่างไร  จะทำให้เตรียมใจพร้อมรับมือกับอาการป่วยได้ดีขึ้น  2.หากิจกรรมคลายเครียด  การหากิจกรรมคลายเครียดถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ดูแลอย่างยิ่ง แม้ว่าคุณอาจต้องใช้เวลาอยู่กับผู้ป่วยตลอดทั้งวันก็ตาม แต่ก็ไม่ควรลืมที่จะแบ่งเวลามาทำสิ่งที่ตนเองนั้นชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การดูซีรีส์ หรือการฟังเพลง โปรดจำไว้ว่าการผ่อนคลายจิตใจของตนเองก็คือสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

บิ๊กไบค์

ประเภทของประกันรถบิ๊กไบค์ประเภทของประกันรถบิ๊กไบค์

ประกันภัยนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นเป็นอย่างมากสำหรับการดำรงชีวิตของคนเราในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันนี้ประกันภัยก็แตกแขนงออกเป็นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติ ประกันสุขภาพ ประกันมะเร็ง ประกันรถและประกันประเภทอื่นอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงประกันประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญกับการใช้รถใช้ถนนของเราเป็นอย่างมากนั่นคือ ประกันรถ และเนื่องจากกระแสคนขับรถบิ๊กไบค์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นวันนี้เราจึงจะมาพูดถึงประกันรถจักรยานยนต์ที่เป็นประกัน บิ๊กไบค์ นั่นเอง ซึ่งประกันบิ๊กไบค์นั้นก็แบ่งออกเป็นหลายประเภทโดยความคุ้มครองของประกันบิ๊กไบค์แต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน  ประเภทของประกันรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 สำหรับประกันประเภทนี้นั้นเป็นประกันมอเตอร์ไซค์ที่ให้ความคุ้มครองเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งคุ้มครองความเสียหายได้ครอบคลุมกว่าประกันมอเตอร์ไซค์ชั้นอื่น ๆ กล่าวคือคุ้มครองแทบจะทุกอย่างที่เกิดกับรถมอเตอร์ไซค์ โดยประกันประเภทนี้บริษัทประกันจะรับเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ที่มีเครื่องยนต์ 250 ซีซีและมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี ซึ่งเหมาะกับการทำประกันบิ๊กไบค์มากที่สุด  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันชั้น 1 ต่างกันที่ประกันชั้น 2+ นั้นจะคุ้มครองความเสียหายของรถเอาประกันเฉพาะเมื่อมีคู่กรณีหรือชนกับรถด้วยกันเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการรับประกันคือจะรับเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์หรือรถบิ๊กไบค์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3+ สำหรับประกันประเภทนี้ก็จะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3+ นั้นจะไม่คุ้มครองกรณีรถมอเตอร์ไซค์หาย รถบิ๊กไบค์หาย หรือไฟไหม้รถเหมือนกับประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ โดยประกันประเภทนี้สามารถทำได้ทั้งรถมอเตอร์ไซค์แบบธรรมดาและรถบิ๊กไบค์ที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี  ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3 ประกันประเภทนี้จะคุ้มครองเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ของคู่กรณีเท่านั้น จึงทำให้ประกันรถมอเตอร์ไซค์ประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่ากับประกันรถมอเตอร์ไซค์ประเภทอื่น ๆ แต่ว่าประกันประเภทนี้สามารถรับประกันรถมอเตอร์ไซค์ได้ทุกประเภทและไม่จำกัดอายุรถเหมือนกับประเภทอื่น  หากใครที่ขับบิ๊กไบค์แล้วมีความสนใจทำประกันก็สามารถเลือกประกันรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่เหมาะสมกับความต้องการ โดยปัจจัยหลักในการเลือกซื้อประกันคือดูความคุ้มครองว่าตอบโจทย์กับการใช้งานของเราหรือไม่